พร้อมแฉข้อมูลอย่างหมดเปลือก ถึงคดีฆาตกรรมสุดโหดในซาอุดีอาระเบีย


หลังจากข่าวคดีฆ่าหั่นศพนักข่าว จามาล คาช็อกกี ชาวซาอุดีอาระเบีย ที่ถูกเผยแพร่ออกไปเมื่อไม่นานมานี้ ส่งผลให้ประเทศซาอุดีอาระเบียต้องโดนกดดันอย่างหนัก จากนานาอารยะประเทศ ที่ต้องการให้เกิดการตรวจสอบสืบสวนคดี ถึงข้อเท็จจริงของการฆาตกรรมสุดโหดในครั้งนี้ ว่าแท้จริงแล้วใครคือผู้บงการฆ่าหั่นศพนักข่าว นอกจากนี้ยังเกิดการขู่คว่ำบาททางการค้าของนานาชาติ เนื่องจาก ทางการซาอุดีอาระเบียไม่ยอมเปิดสถานกงสุลให้เจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบหาความจริง รวมถึงมีการคาดคะเนความเป็นไปได้สูงที่คดีนี้อาจมีเบื้องบนเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องกับคดี จึงทำให้การสืบสวนคดีเป็นไปได้ยาก แต่ล่าสุดนายเรเซฟ ไตยิป แอร์ดวน ประธานาธิบดีตุรกี ได้ออกมาเคลื่อนไหว พร้อมกับแฉออกสื่อ ถึงคดีดังกล่าว ว่ามีผลประโยชน์ ระหว่างในประเทศและนอกประเทศเข้ามาเกี่ยวข้อง รวมถึงการวางแผนที่เตรียมการเอาไว้อย่างเป็นระบบ เพื่อการสังหารโหดในครั้งนี้

โดยนาย เรเซฟ ไตยิป แอร์ดวน ประธานาธิบดีตุรกี  ได้อธิบายถึงแผนการสังหาร ที่มีการใช้นักฆ่าถึง 2ทีม โดยมีทีมหนึ่งใช้คนถึง9คน เพื่อใช้ในการดำเนินแผนการ ซึ่งนักฆ่าเหล่านี้ ได้บินตรงมาจากซาอุดีอาระเบียด้วยเครื่องบินเจ็ต มารอล่วงหน้าเพื่อเตรียมการ ก่อนวันเกิดเหตุเป็นเวลา 1 วัน  และเมื่อถึงวันเกิดเหตุ นายคาช็อกกี ได้เข้าไปยังสถานกงสุล และไม่ได้กลับออกมาอีกเลย  ทิ้งไว้เพียงภรรยาเพียงคนเดียวที่ยืนรออยู่ข้างนอก โดยไม่รู้ถึงเหตุการณ์ภายในว่าเกิดอะไรขึ้น อยู่นานหลายชั่วโมง จนเธอตัดสินใจแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ จนในที่สุดก็กลายเป็นคดีฆาตกรรมสุดโหด ที่ทั่วโลกต่างเพ่งเล็งและให้ความสนใจกันมากที่สุดอยู่ในขณะนี้

อย่างไรก็ตามประธานาธิปดีตุรกี ยังยืนกราน ที่จะสืบสวนคดีนี้ต่อไปจนกว่าจะนำตัวผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด 15 คน มาลงโทษให้จงได้ พร้อมยังเรียกร้องให้ ประเทศซาอุดีอาระเบียเปิดสถานกงสุลให้เจ้าหน้าที่เข้าไปสืบค้นสถานที่ และ ตอบคำถามว่าใครคือผู้บงการแผนการสังหารในครั้งนี้ โดยในตอนนี้ประธานาธิบดีแอร์ดวน ได้รับพระบรมราชานุญาต จากสมเด็จพระราชาธิบดีแห่งซาอุดีอาระเบีย ให้สามารถตั้งทีมสอบสวนร่วมกันระหว่าง 2 ประเทศได้เรียบร้อยแล้ว จากการพูดคุยต่อสายกัน และจะเริ่มเดินหน้าสืบสวนคดีเพื่อหาความจริงให้เร็วที่สุด

จากการแถลงการดังกล่าวของนาย  เรเซฟ ไตยิป แอร์ดวน ประธานาธิปดีตุรกี ที่เคยกล่าวว่าจะออกมาแฉหมดเปลือกในครั้งนี้ ก็สร้างความผิดหวังให้แก่สื่อต่างๆจากทุกมุมโลกที่กำลังให้ความสนใจถึงข้อมูลที่ แอร์ดวนจะนำออกมาแฉ แต่กลับเป็นข้อมูลที่ไม่ได้มีอะไรใหม่ หรือต่างไปจากเดิมเท่าที่ควรนัก

ซึ่งก็คงต้องรอติดตามต่อไปว่าสุดท้ายแล้ว ท่าทีของประเทศซาอุดีอาระเบียที่กำลังถูกกดดันจาก นานาประเทศจะเป็นเช่นไร และจะสามารถนำตัวคนร้ายมาลงโทษได้หรือไม่ ซึ่งงานนี้มิใช่เพียงจะมีแต่ข้อกังขาของความโหดเหี้ยมที่น่ารังเกียจ ยังมีข้อที่อาจพิพาทถึงความอุกอาจก่อการข้ามชาติที่ทางตุรกียังคงจะต้องพิทักษ์เกรียติของประเทศเอาไว้ให้ได้อีกด้วย